Categories
BLOG

เริ่มต้นวันใหม่ไปกับ 7 ร้านอาหารเช้าแสนอร่อยในโตเกียว

ส่วนใหญ่แล้วเวลาที่ทุกคนไปเที่ยวญี่ปุ่นกัน จะจองที่พักที่มีอาหารเช้ากันหรือเปล่าคะ? แต่ถึงแม้ที่พักจะไม่มีอาหารเช้า วันนี้เรามีร้านอาหารเช้าน่าอร่อยในโตเกียวมาแนะนำถึง 7 ร้านให้ได้ไปลองกัน แต่ละร้านจะน่าทานขนาดไหนไปดูกันเลย!

BUY ME STAND

 

 

ร้านแรกคือ BUY ME STAND สามารถเดินมาได้ทั้งจากสถานี Shibuya และสถานี Daikanyama ในเวลา 10 นาที สามารถเพลิดเพลินกับอาหารเช้าได้ตั้งแต่ 8.00 น. ภายในร้านตกแต่งด้วยสีเขียวอมฟ้าสดใส ร้านนี้มีเมนูมากมายอย่างแซนด์วิชและโทสต์พร้อมชีสเยิ้ม ๆ น่าทาน นอกจากนี้ยังมีสีสันที่ถ่ายภาพออกมาได้สวยมาก มาเริ่มต้นวันใหม่ด้วยแซนด์วิชชีสแสนอร่อยกันค่ะ

WORLD BREAKFAST ALLDAY

 

 

ร้านต่อมาคือ WORLD BREAKFAST ALLDAY ใช้เวลาเดินประมาณ 5 นาทีจากสถานี Gaienmae คอนเซปต์ของร้านนี้คือ “รู้จักโลกผ่านอาหารเช้า” ร้านนี้เป็นร้านอาหารเช้าที่สามารถเพลิดเพลินไปกับอาหารเช้าจากประเทศต่าง ๆ โดยจะเปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาล ทุกคนจะได้มาลองทานเมนูอาหารเช้าแบบต่าง ๆ จากหลากหลายที่ทั่วโลก แม้จะงานยุ่งจนไม่มีเวลาไปเที่ยว ก็สามารถสนุกสนานไปกับอาหารเช้าจากต่างประเทศได้เหมือนกับได้ไปเที่ยวเองจริง ๆ

Tractor morning

 

 

ร้านต่อมาคือ Tractor morning ใช้เวลาเดินเพียง 6 นาทีจากสถานี Nakameguro เป็นร้านอาหารยอดเยี่ยมที่สามารถเพลิดเพลินกับอาหารเช้าแบบออสเตรเลีย สร้างสรรค์โดยเจ้าของร้านที่เคยทำงานเป็นเชฟในซิดนีย์ คุณสามารถเลือกอาหารที่ชอบมาแต่งบนจานในสไตล์ของตัวเอง เช่น โทสต์ ไข่ อะโวคาโด เบคอน เริ่มต้นวันใหม่ด้วยการทานอาหารที่ชอบ ก็ถือเป็นการเริ่มต้นวันใหม่ที่ดีนะคะ

crisscross

 

 

ร้านต่อมาคือ crisscross อยู่ห่างจากสถานี Omotesando ประมาณ 2 นาที เสน่ห์ของร้านนี้คือสามารถใช้เวลายามเช้าอย่างผ่อนคลายบนเทอเรสต์อันกว้างขวางที่มีต้นไม้เขียวขจี เมนูมีตั้งแต่เมนูเบา ๆ อย่างสลัดไปจนถึงเมนูแสนอร่อยอย่างแพนเค้ก เมนูแนะนำคือบัตเตอร์มิลค์แพนเค้ก ไส้กรอก ไข่ดาว หน้าตาน่ารักน่าทานมาก ๆ

DIXANS

 

 

 

ร้านต่อมาคือ DIXANS อยู่ห่างจากสถานี Suidobashi ประมาณ 4 นาที แม้ว่าจะเป็นร้านกาแฟ แต่ก็มีเสียงลือเสียงเล่าอ้างกันว่าเค้กกับอาหารเช้าก็อร่อยมากเช่นกัน เปิดให้บริการตั้งแต่ 8:00 น. ในวันธรรมดา และ 11:00 น. ในวันหยุด เมนูแนะนำคือโทสต์ที่แสนหอมหวานพร้อมรสเค็มของเนยที่เข้ากันได้เป็นอย่างดี เป็นเมนูที่เรียบง่ายแต่ก็หรูหรา

Megan -bar & patisserie

 

 

ร้านต่อมาคือ Megan -bar & patisserie อยู่ห่างจากสถานี Shibuya ประมาณ 8 นาที ร้านนี้ตั้งอยู่ที่ Shibuya Bridge ชั้น 1 เป็นทั้งร้านกาแฟและร้านอาหารที่เปิดให้บริการตลอดทั้งวันซึ่งสามารถเพลิดเพลินกับขนมปังอบสดใหม่ได้ตั้งแต่มื้อเช้าจนถึงมื้อค่ำ เมนูอาหารเช้ามีทั้งไข่คน อะโวคาโดโทสต์ แพนเค้ก หรือจะเป็นเค้กกับขนมที่อบในร้านก็ยอดเยี่ยมเช่นกัน เป็นร้านกาแฟที่มีบรรยากาศน่าดึงดูดชวนให้ลองมาทานสักครั้ง

koe’ lobby

 

 

ร้านสุดท้ายคือ koe’ lobby ที่ชั้น 1 ของ hotel koé tokyo เดินประมาณ 7 นาทีจากทางออก Hachiko ของสถานี Shibuya เปิดให้บริการตั้งแต่ 7.30 มีทั้งขนมปังอบสดใหม่หอมกรุ่น หรือจะเป็นเมนูสุดหรูอย่าง “ไข่เบเนดิกต์แซลมอนรมควัน” และ “ริคอตต้าชีสและออมเล็ตเห็ด” ให้ได้เพลิดเพลินกับการเริ่มต้นวันใหม่ด้วยอาหารที่แสนสมบูรณ์แบบ

ใครเบื่ออาหารเช้าของโรงแรม หรือไม่รู้จะทานอะไรดี ลองเลือกกันได้ตามความชอบเลยค่าา กองทัพต้องเดินด้วยท้อง! ^^  สล็อตเว็บตรง

Categories
BLOG

วิธีการนำปลาแซลมอนมาปรุงอาหารญี่ปุ่นให้อร่อยแบบง่ายๆ

ปลาแซลมอนเป็นปลาที่มีราคาสมเหตุสมผลและหาซื้อได้ง่ายในเมืองไทย วันนี้ ANNGLE มานำเสนอวิธีนำปลาแซลมอนมาปรุงอาหารญี่ปุ่นที่ทำง่ายและรสชาติอร่อยมากให้นำไปทำให้สมาชิกในครอบครัวรับประทานกันนะคะ นอกจากนี้ก็มารู้ประโยชน์ของปลาแซลมอนที่จะทำให้หลงรักปลาชนิดนี้มากขึ้นกันด้วย

ประโยชน์ของปลาแซลมอน

ปลาแซลมอนเป็นปลารสชาติมันอร่อยที่มีสารอาหารสำคัญดังนี้

โปรตีนคุณภาพดี ที่ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของเนื้อเยื่อและอวัยวะในร่างกาย และเป็นส่วนประกอบของเซลล์ต่างๆ ในร่างกาย

แอสตาแซนธิน (Astaxanthin) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าวิตามินซีถึง 6,000 เท่า สารชนิดนี้จะช่วยป้องกันผิวหนังจากสารอนุมูลอิสระ ช่วยลดการอักเสบของผิวหนัง ส่งผลให้ผิวพรรณสวยงามไม่เหี่ยวย่นก่อนวัย นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันโรคที่เกิดจากการดำเนินชีวิตประจำวัน เช่น ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ และโรคมะเร็ง ด้วย

กรดไขมันโอเมก้า-3 ซึ่งเป็นกรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัวที่มีประสิทธิภาพในการช่วยลดไขมันในเลือด ช่วยกดการสร้างคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี ทำให้การไหลเวียนเลือดดี อีกทั้งกรดไขมันชนิดนี้ยังช่วยให้นอนหลับได้ง่าย หลับสนิท และหลับได้นานขึ้น ทำให้ตื่นเช้าขึ้นมาด้วยความสดชื่นกระปรี้กระเปร่า

วิตามินบี ซึ่งช่วยเสริมการเผาผลาญน้ำตาลและไขมันที่สะสมในร่างกายได้ดี ทำให้ไม่อ้วนง่าย

วิธีการนำปลาแซลมอนมาปรุงอาหารญี่ปุ่น

ยำญี่ปุ่นปลาดิบแซลมอนกับอะโวคาโด

วัตถุดิบ (สำหรับ 1 คน)

  • ปลาแซลมอนดิบ (แบบที่รับประทานดิบได้) 100 กรัม
  • อะโวคาโด 1/2 ผล
  • ต้นอ่อนหัวไชเท้าหรือต้นหอมหั่นฝอย

ส่วนผสมเครื่องปรุง

  • โชยุ 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาล 1 ช้อนชา
  • น้ำมันงา 1/2 ช้อนชา
  • วาซาบิ ตามชอบ
  • งาขาว เล็กน้อย

วิธีทำ

  1. นำอะโวคาโดและเนื้อปลาแซลมอนสำหรับรับประทานดิบมาหั่นให้มีขนาดประมาณ 1.5 เซนติเมตร และนำใส่จานไว้
  2. นำส่วนผสมเครื่องปรุงมาผสมให้เข้ากัน แล้วเทลงไปคลุกเคล้ากับเนื้อปลาและอะโวคาโด โรยด้วยต้นอ่อนหัวไชเท้าหรือหอมหั่นตามชอบ

ปลาแซลมอนเทอริยากิ (สำหรับ 2 คน)

วัตถุดิบ

  • ปลาแซลมอน 2 ชิ้น
  • เกลือและพริกไทยป่น เล็กน้อย
  • บร็อคโคลี่ต้ม ตามชอบ
  • แป้งสาลีอเนกประสงค์ 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมันสำหรับทอดปลา 1 ช้อนชา

ส่วนผสมเครื่องปรุง

  • สาเกปรุงอาหาร 1 ช้อนโต๊ะ
  • โชยุ 1 ช้อนโต๊ะ
  • มิริน 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาล 1 ช้อนชา

วิธีทำ

1.โรยพริกไทยและเกลือให้ทั่วชิ้นปลา จากนั้นโรยด้วยแป้งสาลีบนเนื้อปลาทั้ง 2 ด้านของ ต้มบร็อคโคลี่ในน้ำเดือดประมาณ 2 นาที

 

2. นำปลาลงไปทอดในกระทะด้วยไฟกลางจนสุกเป็นสีน้ำตาล

3. เติมส่วนผสมเครื่องปรุงลงไปในกระทะ เติมบร็อคโคลี่ต้มลงไปคลุกเคล้ากับเครื่องปรุงประมาณ 2 นาทีแล้วจึงตักขึ้นมาใส่จานไว้ จากนั้นรอจนส่วนผสมเครื่องปรุงเปลี่ยนเป็นคาราเมลเคลือบเนื้อปลา แล้วจึงตักใส่จาน เสิร์ฟพร้อมกับบร็อคโคลี่

เมนูดังกล่าวเป็นเมนูอาหารญี่ปุ่นที่ทำง่ายและสามารถหาซื้อเครื่องปรุงได้ง่ายในเมืองไทย หากชอบปลาหรืออยากให้คนที่เรารักและใส่ใจรับประทานปลาเพื่อสุขภาพก็ลองนำไปทำดูนะคะ รับรองง่ายและอร่อยมากค่ะ  สล็อตเว็บตรงไม่ผ่านเอเย่นต์

Categories
BLOG

เมื่อคนญี่ปุ่นบริโภคข้าวสารและขนมปังน้อยลง แต่บริโภคบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมากขึ้น เพราะภาวะโควิด!?

ท่านผู้อ่านชอบกินมาม่าไหมครับ (ไวไว ยำยำ นิชชิน ก็ได้นะครับ มาม่าไก่เผ็ดแบบซองของเกาหลีก็ได้นะครับ) บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปถือว่าเป็นนวัตกรรมของญี่ปุ่นที่มีผลต่อพฤติกรรมการบริโภคของผู้คนในโลกทุนนิยมยุคปัจจุบันเลยทีเดียว มันอาจไปไกลถึงขั้นเป็นสัญลักษณ์ของอาหารราคาถูก (ซึ่งพ่วงมากับคำว่า ด้อยคุณค่าทางอาหาร ไม่ดีต่อสุขภาพ กินแล้วอ้วน โซเดียมสูง บลาๆ) การทำอะไรเอาสะดวกเข้าว่า (คนจีนเรียกบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปว่า ฟางเปี้ยนเมี่ยน 方便面 “หมี่สะดวก” เลยนะครับ) และชีวิตที่เร่งรีบ แต่ประเด็นคือความเป็น “อาหารราคาถูก” นี่แหละครับ และเป็นประเด็นที่วันนี้จะมาพูดถึงกันในเรื่องที่ว่า ที่ญี่ปุ่นในภาวะโควิด ยอดขายบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปนั้นเรียกได้ว่า “พุ่งกระฉูด”    UFABET เว็บตรง

จากข้อมูลของ “รายงานการสำรวจครัวเรือน” (คำว่าครัวเรือนในที่นี่คือบ้านที่อยู่กันสองคนขึ้นไป) ของกระทรวงกิจการรวมและการออกอากาศของญี่ปุ่น ปรากฏว่าจากการที่โควิดระบาดระลอกใหม่ในเดือนพฤศจิกายนปี 2020 จำนวนเงินค่าใช้จ่ายในการซื้อบะหมี่ โดยเฉพาะบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป (ทั้งบะหมี่ถ้วยและบะหมี่ซอง) เพิ่มขึ้นอย่างมาก ขนาดที่ว่าเมื่อเทียบกับเดือนพฤศจิกายนปี 2019 นั้นเพิ่มขึ้น 11.8% หรือคิดเป็นเงินเราว 1,540 เยน แล้วยิ่งหลังจากเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้ ที่ระบาดหนักๆ เปอร์เซ็นต์นั้นเพิ่มเป็นเลขสองหลักเลยทีเดียว

ในขณะเดียวกัน คนญี่ปุ่นกลับซื้อ “ข้าวสาร” และ “ขนมปัง” น้อยลง จำนวนเงินค่าใช้จ่ายในการซื้อข้าวสารในเดือนพฤศจิกายนปี 2020 ลดลง 6.1% เทียบกับเดือนพฤศจิกายนปี 2019 หรือคิดเป็นเงินราว 1,847 เยน ส่วนขนมปัง 2.1% เทียบกับเดือนพฤศจิกายนปี 2019 หรือคิดเป็นเงินราว 2,583 เยน

ทำไมถึงลดลง?

เราอาจอนุมานได้ว่าการบริโภคขนมปังมีความเกี่ยวพันกับการออกไปนอกบ้านบ่อยๆ เช่น เดินไปร้านสะดวกซื้อ การซื้อเพื่อพกไปกินที่อื่น ซึ่งพอยุคโควิดคนออกนอกบ้านน้อยลง การซื้อก็น้อยลง ส่วนข้าวสารนั้นอาจได้ผลกระทบทางอ้อมจากการที่คนออกไปซื้อข้าวกินนอกบ้านน้อยลง ข้าวสารก็เหลือเยอะ ไหนจะเรื่องปัญหาค่าใช้จ่ายในครัวเรือนอีก (หุงข้าวกินก็ต้องซื้อกับข้าว มันเปลืองกว่ากินมาม่าถ้วยหนึ่งหรือซองหนึ่งซึ่งฉีกซองใส่น้ำร้อนแล้วก็จบ)

การที่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมีคนซื้อเยอะที่ญี่ปุ่นทำให้การผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปภายในประเทศญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นไปด้วย จากข้อมูลของสมาคมอุตสาหกรรมอาหารสำเร็จรูปญี่ปุ่น (日本即席食品工業協会) ยอดการผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในเดือนกันยายนปี 2020 เพิ่มขึ้น 5.2% เทียบกับเดือนกันยายนปี 2019 หรือคิดเป็นเงินราว 53,310 ล้านเยน (15,505 ล้านบาท!) แม้แต่บะหมี่ซองที่อุปสงค์เคยลดลงก็กลับมาฟื้นตัวอีก ซึ่งตราบใดที่การกักตัวอยู่แต่ในบ้านหรือในห้องของคนญี่ปุ่นยังดำเนินต่อไป เชื่อว่าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปจะยังคงขายดีต่อไปได้เรื่อยๆ แน่นอน

ในขณะที่ในญี่ปุ่นอุปสงค์และอุปทานต่อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปภายในประเทศเพิ่มขึ้น เกาหลีใต้ไปไกลกว่านั้นถึงขั้นตั้งใจทำขายส่งออก เป็นที่กล่าวกันว่าตั้งแต่เดือนมกราคมถึงพฤศจิกายนปี 2020 เกาหลีใต้ส่งออกบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปได้คิดเป็นมูลค่า 549.72 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 1.65 หมื่นล้านบาท) เพิ่มขึ้น 28% เทียบกับปี 2019 โดยตลาดส่งออกขนาดใหญ่ที่สุดคือประเทศจีน (138.56 ล้านเหรียญสหรัฐ) ตามด้วยสหรัฐอเมริกา (72.84 ล้านเหรียญสหรัฐ) ญี่ปุ่น (44.98 ล้านเหรียญสหรัฐ) ไทย (24.66 ล้านเหรียญสหรัฐ) และฟิลิปปินส์ (22.37 ล้านเหรียญสหรัฐ)

โอโฮ เดี๋ยวนี้ฝรั่งก็กินมาม่าเป็นแล้วเหรอ 55 แถมมาม่าเกาหลีนี่ยังอุตส่าห์ไปตีตลาดญี่ปุ่นอีกนะ (ฮึ่ม)

 

 

ในประเทศเกาหลีใต้เองคนที่นั่นก็ชอบกินบะหมี่สำเร็จรูปเอามากๆ (พูดแล้วนึกถึง “บูแดจิเก” แกงกองทหาร ใส่มาม่าเกาหลี ใส่ไส้กรอก อืม…อิ่ม)  แต่สาวๆ ระวังนะครับ ถ้าหนุ่มเกาหลีชวนว่า “ไปกิน “รามยอน” (มาม่าเกาหลี) ที่บ้านกันไหม” ละก็ ระวังอย่าพาซื่อคิดว่าชวนไปกินบะหมี่สำเร็จรูปเฉยๆ ล่ะ อาจหมายถึงว่าหนุ่มเกาหลีคนนั้นเขาอาจจะชวนไปโซเดมาคอมกันก็ได้นะครับ 55 (เห็นว่าเป็นมุกที่มีที่มาจากละครเกาหลี แต่ญี่ปุ่นคงไม่มีเรื่องพรรค์นี้หรอกนะครับ)

ท่านผู้อ่านชอบบะหมี่กึ่สำเร็จรูปรสไหนยี่ห้อไหนที่สุดครับ? ผู้เขียนชอบไวไวคลาสสิกซองแดงๆ น่ะครับ คลาสสิกไม่แพ้ “ชิกิ้นราเมง” แบบซองของนิชชินเลย ส่วนมาม่าเกาหลี นานๆ ได้กินทีครับเวลาไปร้านอาหารเกาหลี แบบจับคู่มากับคิมบับ (ข้าวห่อสาหร่ายเกาหลี) ก็อรอยดีนะครับผม กินแต่น้อยและออกกำลังสม่ำเสมอนะครับ สวัสดีครับ

มาม่าเกาหลีแบบบ้านๆ ใส่แค่ไข่กับผัก กินแกล้มกับคิมบับ อิ่มๆ จุกๆ กันไปนะครับ

ขอแนะนำบทความนี้ด้วย:

  1. รูปแบบที่หลากหลายของโอเซจิในปีใหม่แรกของยุคเรวะ
  2. เมื่อเนื้อเทียม (meat analogue) “สไตล์ญี่ปุ่น” กำลังจะบุกตลาดโลก!!!
  3. ประธานบริษัท Demae-can ท้าชนเป้าหมาย “ยอดขายเพิ่มขึ้น 1.7 เท่า” มุ่งเป้าฟู้ดเดลิเวอรี่เติบโตต่อไปอีกสามปี
  4. “DASHI CUP” ของเล่นใหม่สำหรับคนรักสาหร่ายคอมบุ
Categories
BLOG

รู้แล้วเหยียบไว้! รวมร้านขนมปังลับสไตล์ญี่ปุ่นในกรุงเทพที่คนญี่ปุ่นคอนเฟิร์มความอร่อย

ใครคิดถึงขนมปังกลิ่นหอม ๆ รสชาตินุ่มนวลของญี่ปุ่นบ้างคะ ผู้เขียนนี่แหละค่ะคนหนึ่งที่ชื่นชอบขนมปังที่ญี่ปุ่นมาก ๆ ถึงขนาดที่เคยกินแต่ขนมปังตลอด 3 มื้อ เป็นเวลา 6 เดือนติดต่อกันเลยล่ะค่ะ แต่ในช่วงสถานการณ์ที่เรายังเดินทางไปต่างประเทศไม่สะดวกนัก ถ้ามีร้านขนมปังรสชาติเหมือนที่ญี่ปุ่นแท้ ๆ ในไทยก็คงจะดีใช่ไหมล่ะค่ะ บทความนี้เราขอแนะนำร้านขนมปังสไตล์ญี่ปุ่นลับ ๆ ในกรุงเทพที่คนญี่ปุ่นในไทยหลายคนคอนเฟิร์มด้วยตัวเองอร่อยและรสชาติเหมือนที่ญี่ปุ่นค่ะ

ร้าน Konnichipan

 

มาเริ่มกันที่ร้าน Konnichipan แถวบางลำพู ที่การันตีความญี่ปุ่นแท้ ๆ ด้วยเชฟเจ้าของร้านชาวญี่ปุ่นค่ะ ชื่อร้านก็มาจากคำว่า Konnichiwa (こんにちは) ที่แปลว่าสวัสดี รวมกับคำว่า Pan (パン) ที่แปลว่าขนมปังนั่นเอง พอเข้าไปในร้านก็จะเจอขนมปังสไตล์ญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมหลากหลายชนิดตั้งแถวทักทายเราอย่างอบอุ่น ไม่ว่าจะเป็นขนมปังโฮลวีต ขนมปังหมีไส้ครีม เดนิชลูกพีช และขนมปังที่เป็นเมนูอาหารกลางวันในโรงเรียนประถมญี่ปุ่นอย่างคอปเปปังก็มี ที่สำคัญคือราคาถูกสุด ๆ โดยขนมปังแต่ละชิ้นจะมีราคาประมาณ 20 – 40 บาทเท่านั้นเอง ภายในร้านยังมีพื้นที่คาเฟ่เล็ก ๆ วางโต๊ะและเก้าอี้แบบมินิมอลให้นั่งทานกันด้วยนะคะ

ร้าน TORAYA

 

ต่อมาเป็นร้านขนมปังในย่านฮิตของคนญี่ปุ่นอย่างทองหล่อ ร้าน Toraya ตั้งอยู่ที่ Japanese Town ในทองหล่อซอย 13 มีเชฟเจ้าของร้านเป็นคนญี่ปุ่น ทำขนมปังญี่ปุ่น เพื่อคนญี่ปุ่น เพราะฉะนั้นเพื่อน ๆ มั่นใจได้เลยว่าขนมปังของร้านนี้จะมีรสชาติญี่ปุ่นแท้ ๆ เหมือนบินไปกินเองไม่ผิดเพี้ยนค่ะ นอกจากขนมปังแล้วเขายังขายเบเกอรี่ประเภทอื่น เช่น คุกกี้ มัฟฟิน และขนมจัดใส่กล่องสวยงามอีกด้วย ราคาก็ไม่แพงมาก จะซื้อทานเองหรือซื้อฝากคนอื่นก็ดีทีเดียวค่ะ สิ่งที่เพื่อน ๆ ต้องจำให้ขึ้นใจสำหรับร้านนี้คือเขาลด 20% ทุกวันอังคาร ได้ยินแบบนี้แล้ววันอังคารถัดไปต้องจัดแล้วล่ะค่ะ

ร้าน MY BAKERY

 

ร้านนี้จะเรียกว่าเป็นร้านลับจุดใต้ตำตอก็ได้นะคะ เพราะตัวร้านอยู่หน้าสถานีรถไฟพร้อมพงษ์เลย แต่ผู้เขียนไปทีไรก็ไม่ค่อยเห็นคนไทยนะคะ ส่วนมากถ้าพูดถึงขนมปังสไตล์ญี่ปุ่นแถวพร้อมพงษ์นี่หลายคนคงนึกถึง Little Mermaid ไม่ก็ Custard Nakamura ใช่ไหมล่ะคะ แต่จะบอกว่าร้าน My Bakery นี้เป็นร้านที่คนญี่ปุ่นในไทยหลายคนคอนเฟิร์มความอร่อยเหมือนกันค่ะ พอเราเปิดประตูกระจกเข้าไปในร้านจะเป็นขนมปังหลากชนิดวางเรียงกันในตะกร้าเล็ก ๆ น่ารัก แต่ละชิ้นก็ห่อใส่ถุงพลาสติกไว้อย่างสะอาดสะอ้าน ปลอดภัยแน่นอนค่ะ ถึงจะอยู่หน้าสถานีแต่ราคาไม่ได้แพงอย่างที่คิด ชิ้นละประมาณ 40 บาทเท่านั้นเอง เมนูก็หลากหลายไม่ว่าจะเป็นขนมปังไส้คาวต่าง ๆ แซนวิช พายแอปเปิ้ล ขนมปังไส้ถั่วแดง ครัวซองต์ หรือแม้แต่ขนมปังไส้ครีมหน้าอันปังมันสำหรับเด็ก ๆ ก็มีนะคะ เรียกได้ว่ามีเมนูพร้อมสำหรับทุกเวลา ทุกโอกาสจริง ๆ ค่ะ

ร้าน Spoonful Zakka Cafe

 

ขอแอบนอกใจขนมปังมาสักหน่อย แต่ร้านนี้ผู้เขียนภูมิใจนำเสนอเป็นที่สุดค่ะ ร้าน Spoonful Zakka Cafe เป็นคาเฟ่เล็ก ๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ในซอยสุขุมวิท 32 ระหว่างสถานีทองหล่อและพร้อมพงษ์ ทางเดินเข้าไปค่อนข้างจะเงียบ ๆ เดินไปก็คิดในใจว่าจะมีคาเฟ่อยู่ในนี้จริง ๆ หรอ แต่พอเห็นหน้าร้านเท่านั้นแหละค่ะ รู้สึกเหมือนเจอโอเอซิสกลางทะเลทราย เป็นร้านเล็ก ๆ ปลูกต้นไม้ร่มรื่นไว้รอบ ๆ แถมถ้าโชคดีหน่อยจะมีน้องแมวเดินมาต้อนรับคลอเคลียขาด้วย (ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเป็นแมวของทางร้านหรือแมวแถวนั้นนะคะ) เมนูเด่นของร้านนี้ที่ห้ามพลาดเลยคือสโคนค่ะ จากประสบการณ์ของผู้เขียนขอบอกว่าการหาสโคนสไตล์ญี่ปุ่นในไทยนั้นยากสุด ๆ ส่วนมากจะเป็นสโคนเนื้อแน่น รสเข้ม สไตล์อังกฤษเสียมากกว่า แต่สโคนของร้านนี้ยกให้เป็นที่สุดของความนุ่มเบา ร่วนกำลังพอดี รสชาติหวานอ่อน ๆ กินกี่ชิ้นก็ไม่มีเบื่อ อีกอย่างคือในร้านบรรยากาศเงียบสงบ ร่มรื่น มีที่นั่งทั้งในร้านและนอกร้าน เหมาะแก่การเอาหนังสือเล่มเล็ก ๆ ไปนั่งอ่านในวันหยุด พร้อมจิบชาไปด้วยค่ะ แถมให้อีกนิด ชาของร้านนี้นำเข้าจากญี่ปุ่นด้วยนะคะ สำหรับใครที่ชื่นชอบงานเครื่องปั้น ชั้น 2 ของร้านเขาเป็นแกลอรี่เครื่องปั้นเข้าไปชมกันได้ค่ะ              สล๊อตเว็บตรงแตกง่าย

ร้าน Shirokumaya

 

 

มาที่ร้านโชคุปังร้านแรกของกรุงเทพอย่างร้าน Shirokumaya แถวย่านทองหล่อกันบ้าง ความพิเศษของร้านนี้อยู่ที่โชคุปังสไตล์ญี่ปุ่นแท้ ๆ ที่ต้องจองล่วงหน้าเท่านั้น โชคุปังของที่นี่ไม่ใช่โชคุปังธรรมดา แต่เป็นนามะโชคุปัง หรือโชคุปังสดที่ทำจากวัตถุดิบราคาแพง ค่อย ๆ ทำทีละแถว ๆ อย่างใส่ใจ เป็นโชคุปังสัมผัสนุ่มนิ่ม รสชาติกลมกล่อม พอกินเข้าไปแล้วจะรู้สึกถึงความสุขที่แผ่ซ่านอยู่ในปาก นอกจากนี้ยังมีเดนิชช็อกโกแลตที่ใช้ช็อกโกแลตอย่างดี รสชาติไม่หวานเกินไป ยิ่งเอาไปปิ้งแล้วจะได้กลิ่นหอมอบอวนมากขึ้นไปอีก บอกเลยว่าอร่อยจนไม่สามารถอธิบายเป็นคำพูดได้หมดค่ะ ใครที่อยากลองต้องรีบจองเลยนะคะ ตอนที่ผู้เขียนเคยจองนั้นต้องรอเป็นเดือนเลยล่ะค่ะ

ร้าน Custard Nakamura

 

ร้าน Custard Nakamura นี้ แม้จะพูดได้ไม่เต็มปากว่าเป็นร้านลับ แต่เมื่อพูดถึงขนมปังสไตล์ญี่ปุ่นในไทยแล้วก็ข้ามร้านนี้ไปไม่ได้จริง ๆ ค่ะ ก็ร้านนี้เป็นร้านขนมปังญี่ปุ่นเก่าแก่ที่อยู่คู่เมืองไทยมานาน มีขนมปังสไตล์ญี่ปุ่นดั้งเดิมมากกว่า 100 ชนิดอัดแน่นอยู่ในร้านเล็กน่ารักในย่านพร้อมพงษ์ เมนูก็มีมากมายไม่ว่าจะเป็นแซนวิชไส้ต่าง ๆ ขนมปังแบบคาว ขนมปังแบบหวาน หรือแม้แต่ขนมปังไส้ยากิโซบะที่ไม่ค่อยเห็นในร้านอื่น ราคาก็ไม่แพงชิ้นละประมาณ 20 – 40 บาทเท่านั้น ผู้เขียนก้าวเท้าเข้าไปในร้านทีไรเหมือนโดนกลิ่นหอมของขนมปังครอบงำ รู้ตัวอีกทีเดินถือถุงใหญ่เบ้อเริ่มเทิ่มออกมาจากร้านเสียแล้ว นอกจากพวกขนมปัง เขายังมีพุดดิ้ง เค้ก และขนมอบด้วยนะคะ เค้กก็มีตั้งแต่ก้อนเล็กสำหรับกินคนเดียว ไปจนถึงเค้กปอนด์สำหรับวันเกิด ใครอยากให้แต่งหน้าเค้กอย่างไรบ้างก็กระซิบบอกทางร้านได้ค่ะ

เพื่อน ๆ คนไหนพอมีเวลา หรือผ่านไปในย่านที่แนะนำมา อย่าลืมแวะซื้อขนมปังรสชาติญี่ปุ่นแท้ ๆ กลับบ้านกันได้นะคะ หรือใครไปสืบเสาะพบเจอร้านขนมปังลับที่อื่นอีกก็มากระซิบบอกกันได้ค่ะ

Categories
BLOG

จะกล่องไหนก็น่ากิน!! พาไปส่อง 8 ข้าวกล่องสุดอลังการที่สถานีรถไฟโตเกียว

สถานีโตเกียว น่าจะเป็นหนึ่งในสถานีรถไฟที่มีคนใช้บริการมากติดอันดับท็อปของญี่ปุ่น เพราะนอกจากสายรถไฟ JR ทั่วไปแล้ว ยังมีรถไฟใต้ดินหลากหลายสาย และยังเป็นสถานีจุดจอดรถไฟด่วนชินคันเซ็นอีกด้วย

สิ่งหนึ่งที่เป็นจุดเด่นของสถานีรถไฟในญี่ปุ่นคือ “ข้าวกล่องที่ขายในสถานีรถไฟ” หรือ “เอคิเบ็น” (駅弁) ซึ่งมาจากคำว่า “เอคิ” (駅) ที่แปลว่าสถานีรถไฟ กับคำว่า “เบนโต” (弁当) หรือข้าวกล่องนั่นเอง

ในประเทศญี่ปุ่น มีหลายคนที่สนุกกับการเดินทางไปที่ต่างๆ แวะตามสถานีที่มีเอคิเบ็นดังๆ เพื่อจะได้ลองซื้อมาชิม บางคนชอบมากถึงขนาดตระเวนท่องเที่ยวไปทั่วญี่ปุ่น เพียงเพื่อลองเอคิเบ็นประจำท้องที่ต่างๆ เลยทีเดียว

สำหรับข้าวกล่องหรือเอคิเบ็นที่ผู้เขียนนำมาเสนอในวันนี้ เป็นเจ้าที่เรียกว่าเด็ดและค่อนข้างเป็นที่นิยมสำหรับผู้ที่เดินทางผ่านสถานีโตเกียว ซึ่งมีร้านที่รวมบรรดาข้าวกล่องขึ้นชื่อจากเมืองต่างๆ ในญี่ปุ่นไว้ที่โซน Gransta Tokyo (グランスタ東京) บริเวณชั้นใต้ดิน 1 และร้าน Ekibenya Matsuri (駅弁屋祭) ที่บริเวณชั้น 1 ของสถานี แต่ละกล่องจะหน้าตาเป็นอย่างไรนั้น ตามไปดูกันเลยค่ะ

ข้าวหน้าเนื้อ Gyuniku Domanchu

เอคิเบ็นกล่องนี้ถือกำเนิดขึ้นพร้อมกับการเปิดใช้รถไฟชินคันเซ็นสายที่เดินทางไปจังหวัดยามากาตะ

ภายในกล่องเป็นข้าวหน้าเนื้อสูตรพิเศษของร้าน Shinkineya (新杵屋) ร้านเก่าแก่อายุกว่า 100 ปีในเมืองโยเนซาวะ (米沢) จังหวัดยามากะตะ ด้วยการเลือกใช้เนื้อคุณภาพดีจากยามากะตะ ปริมาณเนื้อที่ให้แบบจัดเต็ม และน้ำซอสรสเด็ด น่าจะทำให้สายเนื้อทั้งหลายติดใจเอคิเบ็นกล่องนี้ได้ไม่ยาก

สำหรับคนที่อยากลองข้าวหน้าเนื้อ Gyuniku Domanchu (牛肉どまん中) สามารถหาซื้อได้ที่ร้าน Ekibenya Matsuri บริเวณชั้น 1 ของสถานีเลย

ข้าวกล่องน้องไก่ Chicken Bento

Chicken Bento (チキン弁当) ถือกำเนิดขึ้นในปี ค.ศ.1964 ภายในกล่องเบนโตะลายน้องไก่สีสันสดใส จะประกอบไปด้วยข้าวผัดซอสมะเขือเทศและไก่ทอดคาราอาเกะรสเด็ด

 

ด้านบนของข้าวผัดจะมีไข่คนและถั่วลันเตาวางอยู่เป็นท็อปปิ้ง อีกทั้งยังมีเครื่องเคียงเป็นผักดองและน้ำมะนาว (สำหรับคนที่ชอบทานไก่ทอดแบบบีบมะนาวลงไปเพื่อเพิ่มรสชาติ)

 

ข้าวกล่องเมนูนี้ได้รับความนิยมจากคนทุกเพศทุกวัยเพราะเป็นเมนูที่ทานง่าย แถมราคาก็ย่อมเยาอยู่ที่ 900 เยน (ประมาณ 270 บาท) เรียกว่าคุ้มค่ากับคุณภาพและปริมาณที่ได้จริงๆ

ข้าวกล่องลิ้นวัวเน้นๆ Gokuatsu Shintan Bento

เมนูข้าวกล่องลิ้นวัว Gokuatsu Shintan Bento (極厚芯たん弁当) นี้ เป็นสูตรของร้าน Date no Gyutan Honpo (伊達の牛たん本舗) ซึ่งมีร้านสาขาหลักอยู่ที่จังหวัดเซนได เมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องเมนูลิ้นวัว

 

ข้าวกล่องเมนูนี้ ให้ลิ้นวัวมาแบบอัดแน่นจุใจ แต่ละชิ้นก็หนานุ่มเต็มปากเต็มคำ น่าจะถูกใจคนชอบลิ้นวัวหลายๆ คน สนนราคาอยู่ที่กล่องละ 2,450 เยน (ประมาณ 730 บาท)

ข้าวกล่องสูตรโบราณ Fukagawa Meshi

Fukagawa Meshi (深川めし) เป็นข้าวหน้าหอยอาซาริที่ปรุงรสด้วยเต้าเจี้ยวหรือมิโสะหวานสไตล์เอโดะและรสขิงอ่อนๆ ซึ่งผู้คิดค้นสูตรคือร้านเบนโตะและ Catering เก่าแก่อายุกว่า 120 ปีอย่าง Nihonbashi Daimasu (日本ばし大増)

 

นอกจาก Fukagawa Meshi แล้ว Nihonbashi Daimasu ยังมีข้าวกล่องหน้าตาน่ารับประทานให้เราเลือกสรรอีกมากมายเลือกชิมกันแทบไม่ไหวเลยทีเดียว

 

ข้าวกล่องแซลมอนและไข่ปลา Kobore Ikura Totoro Salmon

Kobore Ikura Totoro Salmon (こぼれイクラととろサーモンハラス焼き弁当) เป็นข้าวกล่องที่อัดแน่นด้วยแซลมอนย่างเนื้อเนียนนุ่มและไข่ปลาอิคุระแบบเน้นๆ

https://twitter.com/soratobuyotuba/status/1454683391022878720

เมนูนี้เป็นเมนูพิเศษของร้าน Yoshidaya (吉田屋) ร้านข้าวกล่องเก่าแก่ที่จังหวัดอาโอโมริ โดยเราสามารถหาซื้อเอคิเบ็นกล่องนี้ได้ที่ร้าน Ekibenya Matsuri ในราคากล่องละ 1,380 เยน (ประมาณ 410 บาท)

ข้าวกล่องหอยนางรม Ujiie Kakimeshi

Ujiie Kakimeshi (氏家かきめし) เป็นข้าวกล่องที่คนชอบหอยนางรมน่าจะต้องร้องว้าว เพราะแค่เห็นรูปก็ชวนให้หิวแล้ว เมนูนี้เป็นข้าวอบซอสหอมๆ โรยด้วยสาหร่ายฮิจิคิ ตบท้ายด้วยหอยนางรมตัวเป้งๆ 4 ตัว ในราคาเพียง 1,080 เยน (ประมาณ 320 บาท)

 

เมนูนี้มีต้นกำเนิดมาจากร้านข้าวกล่องเล็กๆ หน้าสถานีรถไฟริมทะเล Akkeshi (厚岸) ที่จังหวัดฮอกไกโด

 

ข้าวกล่อง Tokyo Bento

ข้าวกล่องที่ถูกออกแบบให้เป็นสัญลักษณ์ของสถานีโตเกียว และมีขายเฉพาะที่สถานีนี้เท่านั้น เพียงแค่เห็นด้านหน้ากล่องซึ่งพิมพ์ลายอาคารสถานีโตเกียวก็รู้ได้เลยว่าเป็นข้าวกล่อง Tokyo Bento (東京弁当) จริงๆ

 

ข้าวกล่องนี้อัดแน่นไปด้วยเมนูที่คัดสรรจากเบนโตะร้านดังที่มีขายในสถานีโตเกียวมารวมไว้ในกล่องเดียว เช่น เมนูผักตุ๋นสไตล์เอโดะของร้าน Nihonbashi Daimasu เนื้อจากร้าน Asakusa Imahan (浅草今半) ปลาแซลมอนจาก Uokyu (魚久) ไข่หวานย่างจาก Sushidama Aoki (すし玉青木) และหอยอาซาริจาก Shinbashi Tamakiya (新橋玉木屋) เป็นต้น

ข้าวกล่องตึกสามชั้น Marunouchiekisha Sankaidate Bento

Marunouchisha Sankaidate Bento (丸の内駅舎三階建弁当) แปลชื่อแบบตรงๆ ได้ว่า “ข้าวกล่องตึกสามชั้นแห่งสถานีมารุโนะอุจิ” เป็นเซ็ตข้าวกล่องของร้านหมูทอดชื่อดัง Maisen (まい泉) ที่อยู่ในโซน Gransta Tokyo ชั้นใต้ดิน (ร้านนี้มีสาขาในบ้านเราด้วยนะคะ)

 

กล่องด้านนอกแทนตัวอาคารของสถานีรถไฟโตเกียว ส่วนด้านในประกอบด้วยกล่องย่อย 3 ชั้น มีทั้งแซนด์วิชไส้หมูทอด ข้าวหน้าเนื้อสับหรือโซโบโระด้ง (そぼろ丼) และข้าวหน้าหมูทอดหรือคัตสึด้ง ซึ่งล้วนแต่เป็นเมนูขึ้นชื่อของร้าน Maisen ทั้งนั้น

ให้มาจัดเต็ม 3 ชั้นขนาดนี้ ถ้ารับประทานกล่องนี้คนเดียวหมด น่าจะอิ่มไปได้ทั้งวันเลยค่ะ

 

และทั้งหมดนี้ก็คือข้าวกล่องรถไฟหรือเอคิเบ็น 8 แบบที่เราคัดสรรมาให้ผู้อ่านได้รู้จัก แค่เห็นรูปก็เริ่มอยากไปนั่งรถไฟ (พร้อมมีความสุขไปกับมื้ออาหารเอคิเบ็น) กันแล้วไหมคะ ถ้าใครได้เดินทางและผ่านไปยังสถานีโตเกียว อย่าลืมแวะไปเลือกซื้อข้าวกล่องติดมือกันมาสักกล่องสองกล่องนะคะ    UFABET เว็บตรง

Categories
BLOG

9 อันดับกอสซิปเรื่องแปลกของโอกินาว่า! คุณเชื่อหรือไม่? ตอน 2

มีความเชื่อกันว่าโอกินาว่ามีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับธรรมชาติ นั่นทำให้มีเรื่องราวแปลกๆ มหัศจรรย์ เล่าขานกันมากมาย และครั้งนี้เรามีอันดับเรื่องราวกอสซิปเรื่องแปลกบนดินแดนโอกินาว่าที่ได้ยินได้ฟังต่อๆ กันมา มาบอกต่อค่ะ…เมื่ออ่านแล้ว…คุณเชื่อหรือไม่? บทความนี้เป็นบทความต่อจาก 9 อันดับกอสซิปเรื่องแปลกของโอกินาว่า! คุณเชื่อหรือไม่? ตอน 1 ไปติดตามกันเลยค่ะ

อันดับ 6 : ตำนานนางเงือกแห่งเกาะอิชิงากิ

ตำนานนางเงือกที่เล่าขานกันในเกาะอิชิงากิเป็นตำนานจากเหตุการณ์จริงที่เกิดคลื่นยักษ์สึนามิครั้งใหญ่ในช่วงสมัยเมวะ ปีค.ศ. 1771 แม้จะเป็นเรื่องเล็กๆ ในเขตอำเภอ แต่ก็นับได้ว่าเป็นการช่วยเหลือผู้คนจำนวนมาก โดยนางเงือกที่ถูกมนุษย์จับได้นั้นได้บอกว่าคลื่นยักษ์สึนามิกำลังซัดเข้ามา

สำหรับคลื่นยักษ์สึนามิแห่งเมวะที่เกิดขึ้นจริงนั้น เป็นเหตุการณ์เมื่อวันที่ 24 เมษายน ปีเมวะที่ 8 (ค.ศ.1771) โดยคลื่นยักษ์สึนามินั้นเกิดจากแผ่นดินไหวในหมู่เกาะยาเอะยาม่า นอกชายฝั่งทางทิศใต้เกาะอิชิงากิ คลื่นมีความสูงมากกว่า 30 เมตรในช่วงแรก และมีความสูงถึง 80 เมตรเมื่อมาถึงเกาะอิชิงากิ

ตำนานนางเงือก ISHIGAKISHIMA HOSHINO

อ่านเรื่องเล่านางเงือกแห่งเกาะอิชิงากิได้ที่: นางเงือก ผู้เตือนภัยหรือผู้เรียกหาสึนามิ?

อันดับ 7 : หรือนี่จะคือ “อาณาจักรมู” อาณาจักรโบราณที่สาบสูญ!?
ซากปรักหักพังใต้ท้องทะเลของเกาะโยนากุนิ

ซากปรักหักพังใต้ท้องทะเลของเกาะโยนากุนิที่อยู่ทางตะวันตกสุดของญี่ปุ่นเป็นซากปรักหักพังลึกลับที่ยังไม่ได้รับการอธิบายไขกระจ่างให้ชัดเจน ไม่มีใครรู้ว่าสร้างขึ้นเมื่อไหร่และใครเป็นผู้สร้าง ทำให้มีเสียงร่ำลือกันว่าคงเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรมู อีกอาณาจักรโบราณที่สาบสูญ

เมื่อปี 1986 ขณะที่อาราตาเกะ คิฮาจิโร่ นักดำน้ำท้องถิ่นกำลังเสาะหาจุดดำน้ำแห่งใหม่ แต่เขากลับค้นพบลักษณะภูมิประเทศเหมือนซากปรักหักพังที่ใต้ท้องทะเลลึกของแหลมอาราคาว่าบานะที่อยู่ทางใต้ของเกาะโยนากุนิ ซึ่งคล้ายคลึงกับคำอธิบายเกี่ยวกับอาณาจักรมู (Mu) จากหนังสือของ พ.อ.เจมส์ เซอร์ชวาร์ด ที่ได้เขียนอธิบายไว้ว่าเป็นอาณาจักรที่จมหายไปในทะเลแปซิฟิกเมื่อประมาณ 12,000 ปีก่อน

นอกจากนี้ยังมีทฤษฎีที่ว่าเกาะอีสเตอร์และหมู่เกาะของโพลีนีเซียเป็นเศษเสี้ยวของอาณาจักรมูที่รอดจากความพินาศไปได้ แต่ไม่มีหลักฐานที่แน่ชัด และไม่พบหลักฐานใดๆ ที่บ่งชี้ว่าเป็นอาณาจักรใหญ่จมอยู่ใต้ทะเล ดังนั้นจึงเป็นเพียงตำนานที่เล่าขานกันมา ปัจจุบันบริเวณซากปรักหักพังเป็นที่อยู่อาศัยของฉลามหัวค้อนที่ยังคงกุมปริศนามากมายอยู่

อันดับ 8 : ใครๆ ก็ห้ามพูดถึง เทศกาลลึกลับของเกาะอารากุสุคุ

เกาะอารากุสุคุมีชื่อเสียงว่าเป็นจุดดำน้ำตื้นของเกาอิชิงากิ แม้จะเป็นเกาะที่มีผู้คนแวะเวียนมาเที่ยวชมกันมากมาย แต่ปัจจุบันนี้เป็นเกาะร้างที่แทบจะไม่มีผู้คนอาศัยอยู่

แม้จะมีการแนะนำทัวร์ดำน้ำบริเวณเกาะแห่งนี้ แต่ไกด์จะไม่แนะนำให้เดินดุ่มๆ เข้าไปในเกาะอย่างแน่นอน และจะนักท่องเที่ยวจะถูกเตือนไม่ให้เข้าใกล้สถานที่ที่มีอุตาคิอย่างเด็ดขาดด้วย เพราะอุตาคิเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์และเป็นสถานที่ที่ห้ามคนภายนอกเกาะเข้ามา

 

นอกจากนี้ เกาะอารากุสุคุยังมีเรื่องเล่าอีกว่า ในอดีตบนเกาะไม่มีพืชผลที่จะส่งไปเป็นเครื่องราชบรรณาการแก่องค์กษัตริย์แห่งอาณาจักรริวกิว ชาวเกาะจึงได้ส่งเนื้อพะยูนให้แทนโดยถือว่าเนื้อพะยูนเป็นยาอายุวัฒนะ อุตาคิบนเกาะแห่งนี้จึงเป็นดินแดนศักดิ์ที่อุทิศแก่ดวงวิญญาณปลาที่ถูกตกไปเป็นเครื่องราชบรรณาการ

นอกจากนี้ บนเกาะยังมีเทศกาลเก็บเกี่ยวบนดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่ห้ามใครเข้าไป และเป็นเทศกาลที่จำกัดเฉพาะผู้เกี่ยวข้องบนเกาะเท่านั้นที่เข้าไปในเวลานั้นได้ และยังเป็นที่รู้กันว่าเทศกาลลึกลับประจำปีนี้ เป็นเทศกาลที่ห้ามคนนอกเข้าไปเด็ดขาด ห้ามถ่ายรูป ห้ามนำข้อมูลไปเผยแพร่ภายนอกเป็นอันขาด

อันดับ 9 : คุบุราบาริแห่งเกาะโยนากุนิ

ในสมัยอาณาจักรริวกิว มีการเรียกเก็บภาษีรัชชูปการด้วยการคำนวณต่อหัวจากจำนวนประชากร ดังนั้นเมื่อมีประชากรมากขึ้นจึงจำเป็นต้องลดจำนวนลง โดยที่แห่งนี้เรียกได้ว่าเป็นสถานที่กำจัดเด็กๆ เพื่อลดการเสียภาษี ดังนั้นจึงเป็นสถานที่แห่งความเศร้า เนื่องจากหญิงตั้งครรภ์จะกระโดดลงไปที่รอยแยกของหินเพื่อทำแท้ง แต่บางครั้งก็พลาดตกลงไปตาย      UFABET เว็บตรง

สำหรับระบบการจัดเก็บภาษีนี้ เป็นระบบที่มีขึ้นตั้งแต่ปี 1637 โดยมีกลุ่มเป้าหมายผู้เสียภาษีคือชาย-หญิงที่มีอายุตั้งแต่ 15 ถึง 50 ปี (นับอายุตั้งแต่แรกเกิด) ซึ่งการจัดเก็บภาษีจะทำโดยคำนวณรวมกันระหว่างสภาพที่ดินการทำกินของที่พักอาศัยกับอายุ ดังนั้น เพื่อจำกัดจำนวนประชากร จึงมีเรื่องเล่าว่าในอดีตมีการเกณฑ์หญิงตั้งครรภ์ของแต่ละหมู่บ้านมากระโดดลงไปที่รอยแยกของหินก้อนนี้เพื่อทำแท้งนั่นเอง

Categories
BLOG

เปิดรายชื่อสุดยอดร้านราเมงประจำปี 2019 ในโตเกียวที่คำนวณคะแนนโดย AI

เรื่องของความอร่อย หลายคนก็บอกว่าเป็นเรื่องของรสนิยมส่วนบุคคล แล้วถ้าเราใช้ AI เป็นตัววัดละ เพื่อน ๆ จะเชื่อมากแค่ไหน?? คราวนี้เราเลยมีผลโหวต “ร้านราเมงแสนอร่อยในโตเกียวประจำปี 2019 ที่คัดเลือกโดย AI” มาฝากคนรักเมนูราเมงกันนะคะ โดย AI ดังกล่าวเป็นผลงานของบริษัท TDAI Lab ซึ่งเป็นบริษัทที่ก่อตั้งโดยนักศึกษามหาวิทยาลัยโตเกียวที่ยังเป็นนักศึกษาอยู่เลย

สุดยอดราเมงที่เลือกเฟ้นโดย AI

ผลการจัดอันดับสุดยอมราเมงโดย AI ในครั้งนี้ เป็นการเก็บคะแนนจากรีวิวที่อยู่ใน Google My Business และนำมาวิเคราะห์ด้วย AI ของบริษัท โดย AI จะทำการคำนวณระดับความน่าเชื่อถือจากจำนวนดาวที่ได้รับ และเนื้อหาที่ผู้รีวิวเขียน โดยตัดข้อมูลที่ไม่จำเป็น เช่น ข้อความว่าร้าย ข้อความเชิงอคติ เป็นต้นออกไป ทีนี้เรามาดูกันดีกว่าว่าร้านราเมงอันดับ 1 ในโตเกียวที่ AI ยกตำแหน่งให้ในปีนี้คือที่ไหนกันนะ

อันดับ 5 Ramen Hayashida สาขาชินจูกุ

ร้านราเมงที่ตั้งอยู่ในย่านที่การแข่งขันสูงมาก อย่างร้าน “Ramen Hayashida สาขาชินจูกุ” เมนูขายดีของร้านคือ ราเมงซุปโชยุ อีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้ร้านดังกล่าวได้รับความสนใจเป็นอย่างมากก็คือ เมนูพิเศษที่มีวางจำหน่ายแบบจำกัด กับเมนูราเมง “Nodoguro” แถมร้านยังนี้ยังมีสาขาไม่มากในโตเกียว ทำให้แฟน ๆ ราเมงอยากจะแวะมาลิ้มรสกันที่สาขาชินจูกุให้ได้สักครั้ง

อันดับ 4 Hokkori Chuka Soba Motsuke

ร้านราเมงสไตล์ราเมงจีนที่ขึ้นชื่อด้วยเมนูโซบะสไตล์จีนและทันทันเมง โดยสาขาที่ติดอันดับนี้อยู่ที่สถานีโอจิ (王子) แฟนราเมงต่างให้ความเห็นว่า ซุปราเมงสไตลต์ราเมงจีนนี้มีจุดเด่นอยู่ที่รสชาติที่ทานง่ายไม่เข้มข้นจนเกินไป แถมร้านนี้ยังถูกหยิบไปพูดถึงตามนิตยสารต่าง ๆ อยู่เรื่อย ๆ ทำให้ได้รับความนิยมมาเป็นอันดับต้น ๆ นั่นเอง

อันดับ 3 Ramen Jiro สาขามิตะ

ราเมงร้านดังที่มีสาขามากมาย แต่ที่สาขามิตะถือเป็นร้านสาขาต้นตำรับ แฟน ๆ ต่างให้การยอมรับว่าสาขานี้คือตัวแม่ของแบรนด์จริง ๆ ที่ถ้าใครเคยติดใจรสชาติของสาขาอื่นแล้ว ไม่ควรพลาดที่จะแวะมาชิมรสชาติต้นตำรับที่สาขานี้ด้วยให้ได้สักครั้ง

อันดับ 2 Ramen Jiro สาขาสถานีฮิบาริกาโอกะ

ร้านนี้เขามีของจริง ๆ เพราะอันดับ 2 ก็ตกเป็นของร้าน Ramen Jiro ที่สาขาฮิบาริกาโอกะ ว่ากันว่าน้ำซุปของสาขานี้จะมีความเข้มข้นครีมมี่กว่าสาขาอื่น ๆ และเสิร์ฟในปริมาณที่ไม่ใหญ่จนเกินไป เหมาะสำหรับคนที่เพิ่งเริ่มต้นอยากลองตระเวนทานราเมงมาก ๆ เลยละ

อันดับ 1 Aoshima Shokudo สาขาอากิฮาบาระ

สำหรับร้านอันดับ 1 นั้นถือเป็น 1 ใน 5 สุดยอดราเมงจากจังหวัดนีงาตะ ซึ่งก็คือ “ราเมงซุปโชยุขิง” โดยร้าน Aoshima Shokudo ถือเป็นร้านแรกที่เข้ามาขยายสาขาในกรุงโตเกียว ปกติแล้วที่ร้านนี้ไม่ว่าจะเป็นช่วงเที่ยงหรือหัวค่ำก็เต็มไปด้วยลูกค้าที่มารอต่อคิว ถึงแม้ว่าจะเป็นร้านที่แทบจะไม่เคยโปรโมทออกสื่อเลยก็ตาม แต่กลับมีแฟน ๆ คนรักราเมงติดอกติดใจอย่างไม่น่าเชื่อ  สล็อตเว็บตรง

 

สำหรับใครที่ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะไปลองลิ้มรสราเมงที่ไหนในโตเกียว ลองตามลายแทงการจัดอันดับของ AI ดูบ้างไหมละคะ จะเชื่อถือได้มากน้อยแค่ไหน ต้องลองไปพิสูจน์ด้วยตัวเองกันแล้วละ!!

Categories
BLOG

10 สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวใน “โทยามะ” ที่ไม่ไปไม่ได้!!!

โทยามะเป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่ในภูมิภาคโฮคุริคุทางภาคกลางของญี่ปุ่นที่แม้จะเป็นเมืองเล็ก ๆ ดูเหมือนไม่มีอะไร แต่รู้หรือเปล่าว่าความจริงแล้วจังหวัดนี้เต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวน่าตื่นตาระดับท็อปของประเทศมากมาย เรามาดู 10 ที่เที่ยวน่าสนใจที่จะทำให้คุณตกหลุมรักจังหวัดโทยามะโดยไม่รู้ตัวกันค่ะ

1. เขื่อนคุโรเบะ (黒部ダム)

 

เขื่อนคุโรเบะ หนึ่งในเขื่อนที่มีชื่อเสียงที่สุดของญี่ปุ่น เป็นที่รู้จักจากการเป็นสถานที่ท่องเที่ยวชมวิวธรรมชาติ เขื่อนนี้สร้างเสร็จในปี 1963 โดยมีความสูง 186 เมตร ทำให้เป็นเขื่อนที่สูงที่สุดในประเทศ และสามารถผลิตไฟฟ้าได้มากถึง 335,000 กิโลวัตต์เลยทีเดียว

2. หุบเขาคุโรเบะ (黒部渓谷)

 

หุบเขาคุโรเบะตั้งอยู่ทางเหนือของเทือกเขาแอลป์ญี่ปุ่น โดยเป็นหนึ่งในหุบเขาที่ลึกที่สุดในประเทศ ประกอบด้วยไม้ป่านานาพันธุ์ ด้านล่างมีแม่น้ำคุโรเบะไหลผ่าน จัดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่น่าตื่นตาจนไม่ว่าใครก็อยากไปเห็นให้ได้สักครั้งในชีวิต โดยเฉพาะในฤดูใบไม้ร่วงที่จะได้เห็นใบไม้เปลี่ยนสีเหลืองแดงทั้งภูเขา

3. เส้นทางแอลป์ทาเตยามะคุโรเบะ・กำแพงหิมะ

(立山黒部アルペンルート・雪の大谷)

ถ้าพูดถึงหิมะหนา ๆ หลายคนคงจะนึกถึงฮอกไกโดก่อนเป็นที่แรก แต่ว่าโทยามะเองก็หิมะเยอะไม่แพ้กันค่ะ บนเส้นทางแอลป์ทาเตยามะคุโรเบะ ซึ่งเป็นถนนจากสถานีทาเตยามะไปถึงสถานีโอกิซาวะเป็นระยะทาง 25 กิโลเมตร ในฤดูหนาวหิมะจะตกลงมามากพอที่จะสร้างเส้นทางกำแพงหิมะอันน่าทึ่งนี้ได้ โดยกำแพงนี้จะอยู่ให้ชมนานไปจนถึงปลายฤดูใบไม้ผลิเลยนะคะ ส่วนในฤดูร้อนก็มีธรรมชาติสีเขียวชอุ่มให้ได้เห็นตลอดเส้นทางเลย

4. อ่าวโทยามะ (富山湾)

ในเวลาปกติอ่าวโทยามะอาจจะเป็นแค่อ่าวธรรมดา ๆ แต่เมื่อฤดูใบไม้ผลิมาถึง เหล่าหมึกหิ่งห้อยจะพากันว่ายมารวมตัวกันที่ริมอ่าวนี้แล้วเปล่งแสงสีน้ำเงินเรืองรองในเวลาค่ำคืนก่อนที่จะตายและถูกพัดขึ้นฝั่ง เป็นภาพความงดงามปนหดหู่ที่หาชมได้ยากมากจริง ๆ

5. สวนคันซุย (富岩運河環水公園)

สวนสาธารณะที่เหมาะกับการมาพักผ่อนหย่อนใจในวันสบาย ๆ และเป็นที่ตั้งของร้าน Starbucks ที่สวยที่สุดด้วยค่ะ ตั้งอยู่ไม่ไกลจากสถานีโทยามะโดยใช้เวลาเดินเพียง 10 นาที ภายในสวนมีหอคอยคู่แฝดที่มีสพานเชื่อมที่เปรียบได้กับแลนด์มาร์กของสวนแห่งนี้ โดยที่มี “โทรศัพท์เส้นเชือก” เชื่อมระหว่างหอคอยให้เราพูดตอบรับกันได้ด้วยนะ

6. โกคายามะ (五箇山)

โกคายามะเป็นหมู่บ้านมรดกโลกร่วมกับชิราคาวาโกะในจังหวัดกิฟุ ตั้งอยู่ในป่ากลางหุบเขาที่ห้อมล้อมด้วยธรรมชาติทุกทิศทางของเมืองนันโตะ ที่นี่เราจะพบกับบ้านเรือนของชาวบ้านที่มีจุดเด่นอยู่ตรงหลังคาทรงจั่วสูงที่ออกแบบมาเพื่อป้องกันหิมะทับถมในฤดูหนาวโดยเฉพาะ

7. เทศกาลทิวลิปโทนามิ (となみチューリップフェア)

 

เทศกาลทิวลิปที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในช่วง Golder Week ภายในสวนเราจะได้เห็นทิวลิปแข่งกันอวดสีสันละลานตามากถึง 700 สายพันธุ์ รวมถึงทิวลิปพันธุ์หายากที่พบได้เฉพาะในเมืองโทนามิเท่านั้น เบ็ดเสร็จแล้วทั่วทั้งสวนนี้มีทิวลิปมากถึง 3 ล้านต้น!

8. ท่าเรือฟุชิกิ・สวนไคโอมารุ (伏木港・海王丸パーク)

 

เมืองฟุชิกิเป็นเมืองท่าที่เคยใช้รองรับเรือขนสินค้าจากต่างแดนในสมัยเอโดะที่ยังคงอยู่มาจนถึงปัจจุบัน ท่าเรือใหญ่อลังการมีเรือไคโอมารุเทียบท่าอยู่เป็นความภาคภูมิใจของญี่ปุ่น เมื่อมาเยือนเมืองนี้จึงทำให้เกิดความรู้สึกคิดถึงอดีตขึ้นมาในทันที

 

ไคโอมารุเป็นเรือแล่นใบเสาสูงของญี่ปุ่นที่เริ่มเดินเรือมาตั้งแต่ปีค.ศ. 1930 และถูกใช้งานต่อมาอีกประมาณ 60 ปี ปัจจุบันจอดเทียบท่าอยู่ในสวนไคโอมารุ โดยเปิดให้คนทั่วไปขึ้นไปเดินสำรวจบนเรือได้ ภายในเรือจัดแสดงห้องและสิ่งของต่าง ๆ จากสมัยก่อนเหมือนตอนที่ยังใช้เรืออยู่ให้ชมด้วย

 

 

เมืองทาคาโอกะ จังหวัดโทยามะ คือเมืองของโดราเอมอนค่ะ แค่ก้าวออกจากสถานีทาคาโอกะปุ๊บก็เหมือนกับหลุดเข้าไปในโลกของโดราเอมอนแล้ว และที่สวน Takaoka Otogi no Mori ก็มีโซนโดราเอมอนที่มีหุ่นตัวละครจากโดราเอมอนยืนต้อนรับอยู่ เป็นอีกจุดที่แฟน ๆ เจ้าเหมียวหุ่นยนต์รวมถึงตัวผู้เขียนเองอยากจะไปเห็นให้ได้สักวัน

และก็ต้องไม่พลาด Fujiko・F・Fujio Gallery ที่เพิ่งเปิดใหม่บนชั้น 2 ของพิพิธภัณฑ์ศิลปะเมืองทาคาโอกะเมื่อปีที่แล้ว มาย้อนวัยไปกับโดราเอมอนและผองเพื่อนกันเถอะ!

10. วัดซุยริว (瑞龍寺)

วัดซุยริวตั้งอยู่ในเมืองทาคาโอกะ สร้างขึ้นในปีค.ศ. 1614 เป็นวัดหนึ่งเดียวของจังหวัดโทยามะที่ได้รับเลือกให้เป็นสมบัติของชาติในปีค.ศ. 1997 ในเวลากลางคืนจะมีอีเว้นท์เปิดไฟประดับซึ่งจะจัดขึ้นเป็นช่วง ๆ ตลอดปี            UFABET เว็บตรง

หวังว่าที่เที่ยวทั้ง 10 แห่งที่เลือกมานี้จะถูกใจเพื่อน ๆ ที่อยากลองไปเที่ยวจังหวัดโทยามะนะคะ วางแผนเที่ยวให้สนุกค่า~

Categories
BLOG

นั่งรถไฟ JR ไปชมใบไม้เปลี่ยนสีรอบสถานี “นากาโนะ-นีงาตะ”

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าหนึ่งในฤดูกาลยอดนิยมสำหรับการไปเที่ยวญี่ปุ่นก็คือฤดูใบไม้ร่วง ที่ญี่ปุ่นมีวิวและจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีมากมายจนนับไม่ไหว คราวนี้เราขอคัดจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีเน้น ๆ ตามเส้นทางรถไฟ 4 เมือง จาก 2 จังหวัด “นากาโนะ-นีงาตะ” ให้ทุกคนได้รู้จักกัน ซึ่งเพื่อน ๆ สามารถเดินทางไปเก็บได้ตามเส้นทางรถไฟ JR เลย ถ้าพร้อมแล้วก็ไปกัน!

รอบสถานีนากาโนะ

หากนั่งรถไฟชินคันเซ็นโดยสตาร์ทที่โตเกียวจะใช้เวลาเพียงประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่งในการเดินทางไปจังหวัดนากาโนะ ซึ่งเต็มไปด้วยที่ราบสูงและภูเขา สำหรับจุดหมายแรกนี้เราจะต้องเดินทางโดยรถยนต์ต่อเพื่อไปยังสถานที่ท่องเที่ยวเด่น ๆ ที่อยู่ห่างจากสถานีรถไฟออกไป

ฮาคุบะ (白馬)

ฮาคุบะ

ฮาคุบะตั้งอยู่ในเทือกเขาแอลป์ในจังหวัดนากาโนะ นักสกีทั้งหลายต้องรู้จักที่นี่เป็นอย่างดี เพราะในฤดูหนาวทั่วทั้งหุบเขาจะถูกปกคลุมด้วยหิมะสีขาวโพลน กลายเป็นลานสกี-สโนว์บอร์ดชั้นเลิศ แต่ความจริงแล้วฤดูใบไม้ร่วงก็เป็นอีกหนึ่งฤดูกาลที่น่าไปเยือนฮาคุบะ ปรากฏการณ์ซันดันโคโย (ซันดันโคโย) หรือวิวของใบไม้เปลี่ยนสีสลับใบไม้สีเขียวและสีขาวบนยอดเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะบาง ๆ จะเปลี่ยนอิมเมจเดิมที่เพื่อน ๆ มีต่อฮาคุบะไปเลย

โทงาคุชิ (戸隠)

โทงาคุชิ

โทงาคุชิ ภูเขาศักดิ์สิทธิ์แห่งตำนานเทพเจ้า เป็นที่ตั้งของศาลเจ้าโทงาคุชิ (戸隠神社) ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน ในฐานะที่เป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมบนเส้นทางแสวงบุญตั้งแต่สมัยเฮอันมาจาถึงทุกวันนี้ นอกจากนี้ยังมีบ่อน้ำคางามิอิเคะ (鏡池) ที่แปลว่า “บ่อน้ำกระจกเงา” เป็นจุดชมวิวชั้นเยี่ยมในฤดูใบไม้ร่วงที่เพื่อน ๆ จะได้ชมทิวทัศน์ของภูเขาสีส้มแดงที่สะท้อนกับผืนน้ำอย่างงดงามด้วย

ชิกะโคเกน (志賀高原)

ชิกะโคเกน

อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงจากลานสกีในฤดูหนาว มีสกีรีสอร์ทมากถึง 18 รีสอร์ท ส่วนในฤดูใบไม้ร่วงนั้นโดดเด่นด้วยทัศนียภาพของทุ่งโล่งกว้างสีโทนร้อน ตัดกับอากาศที่เริ่มเย็นและบ่อน้ำรอบ ๆ จากสถานีนากาโนะนั่งรถบัสหรือรถยนต์ใช้เวลาแค่ประมาณครึ่งชั่วโมง ใครที่เป็นสายธรรมชาติ ชอบเดินป่าผจญภัย ต้องไปเยือนให้ได้สักครา!

รอบสถานีมัทสึโมโตะ

เดินทางต่อมาที่สถานีมัทสึโมโตะ ศูนย์รวมของประวัติศาสตร์ ธรรมชาติ และวัฒนธรรม เรามาดูกันว่ารอบ ๆ มีสถานที่ท่องเที่ยวไหนบ้างที่น่าสนใจ

ปราสาทมัทสึโมโตะ (松本城)

ปราสาทมัทสึโมโตะ

ปราสาทสีดำทะมึนที่มีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “ปราสาทอีกา” เป็นหนึ่งในปราสาทเก่าแต่ดั้งเดิมที่คงสภาพสมบูรณ์และสวยงามมากที่สุดของญี่ปุ่นมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 จากบริเวณปราสาทสามารถมองเห็นวิวของเทือกเขาแอลป์ด้านหลัง และใบไม้เปลี่ยนสีทั้งจากต้นไม้ภายในปราสาทและบนเขาได้ โดยจากสถานีมัทสึโมโตะใช้เวลาเดินแค่ประมาณ 15 นาทีก็ถึงแล้ว

คามิโคจิ (上高地)

คามิโคจิ

หนึ่งในสถานที่ชมวิวภูเขาและธรรมชาติในป่าที่งดงามมากที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น โดยเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติชูบุ ซันงากุ (中部山岳国立公園) วิวของใบไม้ในฤดูใบไม้ร่วงที่นี่สวยงามอย่าบอกใคร จากสะพานคัปปะบาชิ (河童橋) สามารถชมวิวเทือกเขาโฮทะกะ (穂高岳) และยอดเขายะเคะ (焼岳) ได้ด้วยตาเปล่าเลยนะ

รอบสถานีคารุอิซาวะ

คารุอิซาวะมีชื่อเสียงเรื่องรีสอร์ทและบ้านพักตากอากาศ โดยมีสถานีรถไฟที่เชื่อมต่อกับชินคันเซ็นทำให้เดินทางสะดวกมาก ๆ สามารถเดินทางต่อไปชมใบไม้แดงท่ามกลางธรรมชาติ ณ สถานที่ท่องเที่ยวเด่น ๆ ได้หลายแห่ง

น้ำตกชิราอิโตะ (白糸滝)

 

น้ำตกชิราอิโตะตั้งอยู่ในป่าทางทิศเหนือของเมืองคารุอิซาวะ ชื่อ “ชิราอิโตะ” มีความหมายว่า “น้ำตกด้ายสีขาว” ซึ่งเป็นการอธิบายลักษณะของน้ำตกที่ไหลลงมาเป็นเส้นคล้ายผ้าม่านสีขาวนั่นเอง ซึ่งใบไม้ที่เปลี่ยนสีในช่วงปลายเดือนตุลาคมก็ทำให้น้ำตกนี้ยิ่งมีเสน่ห์น่าค้นหามากขึ้นหลายเท่าตัว

สระคุโมบะ (雲場池)

บึงคุโมบะ

ไม่รู้ว่าจะมีใครคิดเหมือนกันหรือเปล่า แต่ผู้เขียนคิดว่าการชมธรรมชาติใกล้ ๆ กับแหล่งน้ำนั้นช่วยเยียวร่างกายและจิตใจได้ดีจริง ๆ สระน้ำคุโรบะเป็นอีกจุดชมวิวใบไม้เปลี่ยนสีที่ได้รับความนิยมจากชาวคารุอิซาวะ ในวันที่อากาศดี เพื่อน ๆ จะได้เห็นวิวใบไม้แดงตัดกับท้องฟ้าสะท้อนน้ำราวกับภาพวาด สวยงามแถมช่วยฮีลได้ดีสุด ๆ

คุซัทสึออนเซ็น (草津温泉)

คุซัทสึออนเซ็น

 

คุซัทสึออนเซ็นเป็นเมืองออนเซ็นในจังหวัดกุมมะ แต่จากสถานีคารุอิซาวะก็สามารถนั่งรถไฟได้ไม่ยากโดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 40 นาที ที่นี่มีปริมาณน้ำพุร้อนที่ผุดออกมาเองโดยธรรมชาติมากที่สุดในญี่ปุ่น และมีวัฒนธรรมออนเซ็นดั้งเดิมที่เรียกว่า ยูโมมิ (湯もみ) ซึ่งเป็นการกวนน้ำด้วยไม้พายเพื่อลดอุณหภูมิลง รอบ ๆ คุซัทสึออนเซ็นมีร้านอาหารมากมาย หากเพื่อน ๆ หลงใหลในออนเซ็นอยู่แล้วญี่ปุ่นละก็ ห้ามพลาดเลย

รอบสถานีนีงาตะ

นีงาตะเป็นแหล่งปลูกข้าวที่เปี่ยมล้นทั้งปริมาณและคุณภาพ หากเดินทางด้วยรถไฟชินคันเซ็นมาลงที่สถานีนีงาตะ จะสามารถเดินทางต่อไปยังสถานที่ชมใบไม้แดงที่โดดเด่นดังต่อไปนี้ได้

ภูเขาทานิงาวะ ดาเคะ (谷川岳)

ภูเขาทานิงาวะดาเคะ

ภูเขาสูงที่อยู่ระหว่างชายแดนยังหวัดนีงาตะและจังหวัดกุมมะ ที่นี่มีกระเช้าลอยฟ้าที่เพื่อน ๆ สามารถขึ้นไปชมวิวทิวทัศน์งามอันงดงามของใบไม้เปลี่ยนสีบนภูเขาจากมุมสูงแบบพาโนรามาได้อย่างจุใจเป็นเวลา 15 นาที

สวนยาฮิโกะ (弥彦公園)

 

สวนสาธารณะแห่งนี้เป็นจุดชมใบไม้แดงที่ได้รับความนิยมมากจากทั้งคนท้องถิ่นและต่างชาติ โดดเด่นด้วยต้นเมเปิ้ลหลากสายพันธุ์ที่พร้อมใจกันเปลี่ยนเป็นสีแดงสดในฤดูใบไม้ร่วง ทำให้สวนแห่งนี้ได้รับการขนานนามว่า Maple Velley ที่นี่มีจุดที่เป็นไฮไลท์ของสวนคือ บริเวณสะพานแดงที่ทอดยาวข้างสระน้ำ ซึ่งเป็นจุดที่ผู้คนนิยมไปถ่ายรูปกันมากที่สุด        UFABET เว็บตรง

เป็นยังไงบ้างกับที่เที่ยวชมใบไม้แดงสวย ๆ รอบสถานีในจังหวัดนากาโนะ-นีงาตะ จากโตเกียวเราสามารถนั่งรถไฟ JR ไปได้ง่าย ๆ โดยใช้ JR East Pass (Nagano-Niigata Area) หากนั่งชินกันเซ็นจะใช้เวลาเพียงประมาณหนึ่งชั่วโมงครึ่งถึงจังหวัดนากาโนะ และประมาณสองชั่วโมงครึ่งถึงจังหวัดนีงาตะเท่านั้น แพลนเที่ยวญี่ปุ่นดูใบไม้แดงครั้งหน้า อย่าลืมเพิ่มนากาโนะและนีงาตะไว้ในลิสต์ must go กันด้วยล่ะ!

Categories
BLOG

ไปรับพลังชีวิตจาก 3 Power Spot ของอาโอโมริกัน!

คนญี่ปุ่นมีความเชื่อว่าหากเดินทางไปที่ Power Spot (สถานที่รวมพลังเหนือธรรมชาติ) จะช่วยทำให้มีดวงชะตาที่ดีขึ้นรวมถึงได้รับความกล้าที่จะต่อสู้กับปัญหาที่รุมเร้าในชีวิตอีกด้วย ซึ่งในประเทศญี่ปุ่นนั้นมี Power Spot อยู่หลายแห่งทั่วประเทศด้วยกัน แต่วันนี้เรามารู้จักกับ Power spot ของจังหวัดอาโอโมริกันก่อนค่ะ

ต้นแอปเปิ้ลที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น (เขตสึงารุ) / 日本最古のりんごの木(つがる市)

รับโชคจากต้นไม้ที่อายุยืนถึง 142 ปี !

 

ต้นแอปเปิ้ลเหล่านี้ปลูกขึ้นในปีค.ศ. 1878 พร้อมกับต้นแอปเปิ้ลอื่น ๆ แต่ในปัจจุบันเหลือรอดอยู่เพียง 3 ต้นเท่านั้น! ใน 3 ต้นนี้ประกอบด้วยต้นแอปเปิ้ลพันธุ์ “เบนิชิโบริ” 2 ต้น และพันธุ์ “อิวาอิ” 1 ต้น ซึ่งเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน ปีค.ศ. 1902 ทั้ง 3 ต้นได้ถูกกำหนดให้เป็นพืชที่ได้รับการสงวนตามกฎหมาย

ตามปกติแล้วต้นแอปเปิ้ลมีอายุเพียงแค่ 30 ปีเท่านั้น หมายความว่าต้นแอปเปิ้ล 3 ต้นนี้มีอายุยืนกว่าปกติถึง 5 เท่า! แถมยังมีชื่อมงคลว่า “อิวาอิ” ที่แปลว่า แสดงความยินดี อีก เหมาะแก่การไปรับโชคมากเลยค่ะ^^

※ต้นแอปเปิ้ลอยู่ในพื้นนี้ส่วนบุคคล หากจะไปเยี่ยมชมกรุณาติดต่อผ่านแผนกการท่องเที่ยวของเขตสึงารุล่วงหน้าด้วยนะคะ

ศาลเจ้าซารุงะ (เขตฮิรากาวะ) / 猿賀神社(平川市)

ปัดเป่าภัยพิบัติ และเพิ่มโอกาสในการเลื่อนตำแหน่ง

 

หากเพื่อนๆ อยากเพิ่มโอกาสประสบความสำเร็จในชีวิต ขอแนะนำให้ไปสักการะ “ศาลเจ้าซารุงะ” ที่เขตฮิรากาวะ จังหวัดอาโอโมริ! ว่ากันว่าศาลเจ้าแห่งนี้สร้างขึ้นโดยนายทหารที่ชื่อ ซาคาโนอุเอะ โนะ ทามุรามาโร ซึ่งเขาเป็นคนที่ได้รับเลือกจากโชกุนเซย์อิให้เลื่อนตำแหน่งขึ้น และกลายเป็นเครื่องหมายของการเลื่อนตำแหน่งในเวลาต่อมา (แน่นอนว่าเมื่อได้เลื่อนตำแหน่ง ดวงการเงินก็จะดีขึ้นด้วยเช่นกัน ^^) นอกจากนี้คำว่า ซารุ (猿 = ลิง) ของศาลเจ้าซารุงะนั้นพ้องกับคำว่า ซารุ (去る = จากไป,ปัดเป่า) จึงได้รับความเชื่อว่าสามารถช่วย “ปัดเป่าภัยพิบัติ” ได้อีกด้วย    UFABET เว็บตรง

ในบริเวณด้านในศาลเจ้าซารุงะยังมีศาลเจ้าไหล่หน้าอก (มุนางาตะ) อยู่กลางบ่อคางามิกาอิเคะ ที่ได้รับความนิยมจากเหล่าผู้ชายที่อยากมีกล้าม เพราะมีความศักดิ์สิทธิ์เรื่องไหล่และหน้าอกอีกด้วย

สะพานสึรุ โนะ มาอิ (เขตสึรุตะ) / 鶴の舞橋(鶴田町)

สะพานที่เสริมให้อายุยืนยาว

 

 

Power Spot ที่สุดท้ายคือ สะพานไม้โค้งสามชั้นที่ยาวที่สุดในญี่ปุ่น “สึรุ โนะ มาอิ” สะพานนี้พาดข้ามทะเลสาบสึงารุ ฟุจิมิ (ทะเลสาบชมฟูจิ*) และมีความสวยงามราวกับนกกระเรียนที่กำลังโผยบิน มีความเชื่อว่าหากเดินข้ามสะพานนี้จะทำให้มีอายุยืนยาวและทำให้มีดวงชะตาดีขึ้น ในภาษาญี่ปุ่นคำว่าสะพานไม้ยาว (長い木の橋 = นางาอิคิ โนะ ฮาชิ) พ้องคำกับคำว่าสะพานอายุยืน (長生きの橋 = นางาอิคิ โนะ ฮาชิ)  นอกจากนี้ยังมีเหตุผลที่ทำให้ที่นี่กลายเป็น Power Spot อื่นๆ อีกดังนี้ค่ะ

  • ประกอบด้วยเลข 3 ที่เชื่อว่าเป็นหมายเลขศักดิ์สิทธิ์จำนวนมาก

สะพานโค้งสามชั้นนี้มีความยาว 300 เมตร กว้าง 3 เมตร และมีเส้นผ่านศูนย์กลางของเสาค้ำสะพาน 30 เซนติเมตร นอกจานี้ยังประกอบด้วยท่อนซุง 3,000 ท่อนและใช้แผ่นไม้ทั้งหมด 3,000 แผ่น แถมตอนที่ทะเลสาบแห่งนี้สร้างเสร็จคือเดือนมีนาคม ปีมันจิที่ 3 (ค.ศ. 1660) อีกด้วย (ที่ญี่ปุ่นเชื่อว่าเลข 3 เป็นเลขศักดิ์สิทธิ์ตั้งแต่โบราณจนถึงปัจจุบัน)

  • สะพานไม้ยาวนี้เชื่อมต่อไปถึงเจ้าแม่กวนอิม

สะพานนี้เชื่อมต่อเป็นแนวตรงไปยังอัญมณีศักดิ์สิทธิ์ที่ “ศาลาแปดเหลี่ยมกวนอิม” ซึ่งประดิษฐานอยู่ในสวนของทะเลสาบฟุจิมิ จึงเชื่อว่าสะพานนี้เป็น “ทาง” ที่เชื่อมตรงไปถึงเจ้าแม่กวนอิม

  • มีความมงคลเพราะมีนกกระเรียนกับเต่าอยู่ร่วมกัน

หากมองจากบนอากาศจะเห็นทะเลสาบสึงารุ ฟุจิมิมีรูปร่างเหมือนเต่า โดยตัวสะพานจะอยู่บริเวณที่เป็นคอของเต่าพอดิบพอดี ราวกับว่าเต่ากำลังสวมสร้อยคออยู่ ทำให้ที่นี่มีความศักดิ์สิทธิ์เพราะสัตว์มงคลที่เป็นสัญลักษณ์ของการมีอายุยืนมาอาศัยอยู่ร่วมกัน

  • มีนกกระเรียนสัตว์นำโชคตัวจริงอาศัยอยู่

ที่ทะเลสาบนี้มีนกกระเรียนอาศัยอยู่จริงๆ ค่ะ! แถมกระเรียนเลี้ยงที่อุทยานธรรมชาติทันโชสึรุก็เพิ่งมีสมาชิกเพิ่มใหม่เมื่อมิถุนายน 2020 ที่ผ่านมาด้วย ^^

*ทะเลสาบสึงารุ ฟุจิมิ เรียกว่า “ทะเลสาบชมฟูจิ” เพราะมองเห็นภูเขาไฟอิวะซัง ที่นับเป็นภูเขาไฟฟูจิแห่งเขตสึงารุ

เป็นอย่างไรบ้างคะสำหรับ Power Spot ที่จังหวัดอาโอโมริทั้ง 3 แห่ง จะเห็นได้ว่าคนญี่ปุ่นเองก็มีความเชื่อด้านโชคลาภไม่ต่างไปจากคนไทยเลย (ฮา) หากเพื่อนๆ อยู่ในช่วงที่จิตใจกำลังอ่อนแอและรู้สึกหมดพลัง ลองออกไปเปลี่ยนบรรยากาศเพื่อผ่อนคลายความเครียดและรับพลังจากสถานที่นั้นๆ เพื่อต่อสู้กับวันต่อไปกันนะคะ ^^